Superman (2025) คือจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของจักรวาลภาพยนตร์ DC ใหม่ (DC Universe หรือ DCU) ภายใต้การนำของ เจมส์ กันน์ (James Gunn) ผู้รับหน้าที่เขียนบทและกำกับเอง โดยมีเป้าหมายในการนำเสนอ Superman ที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง, ความเมตตา และการยึดมั่นในความดีงามของมนุษย์ ซึ่งเป็นแก่นแท้ของตัวละครดั้งเดิม

คะแนนและกระแสวิจารณ์โดยรวม
ภาพยนตร์ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ “ค่อนข้างเป็นบวก” (Generally Favorable) โดยนักวิจารณ์และผู้ชมต่างชื่นชมการแสดงของนักแสดงนำ และโทนเรื่องที่สนุกสนาน มีอารมณ์ขัน และเต็มไปด้วยความสดใส ซึ่งตรงกันข้ามกับภาพยนตร์ Superman ยุคก่อนหน้า
- Metacritic: คะแนนเฉลี่ย 68/100 (จากนักวิจารณ์) และคะแนนผู้ใช้ 7.2/10
- IGN: ให้คะแนน 8/10
- IMDB: คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ (ณ ช่วงแรกของการเปิดตัว) ซึ่งต่ำกว่าภาพรวมเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้ชมทั่วไป
เรื่องย่อโดยละเอียด (Plot Summary)
แก่นเรื่อง: ภาพยนตร์เน้นที่การเดินทางของ คลาร์ก เคนท์/ซูเปอร์แมน (Clark Kent / Superman – David Corenswet) ในการประนีประนอมมรดกชาวคริปโตเนียน (Kryptonian Heritage) เข้ากับชีวิตและการเลี้ยงดูของมนุษย์ในสมอลล์วิลล์ รัฐแคนซัส โดยเขายึดมั่นในหลักการของ “ความจริง ความยุติธรรม และวิถีอเมริกัน” (Truth, Justice, and the American Way) และความเมตตาในโลกที่มองว่าคุณธรรมเหล่านี้เป็นเรื่อง “ล้าสมัย”
จุดเริ่มต้นของเรื่อง
ภาพยนตร์ข้ามการเล่าเรื่องจุดกำเนิด (Origin Story) ที่คุ้นเคย แต่เริ่มต้นในโลกที่ซูเปอร์แมนได้ปรากฏตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาแล้ว 3 ปี และทำงานเป็นนักข่าวที่ เดลี่ แพลเน็ต (Daily Planet) ในเมโทรโพลิส โดยเขากำลังคบหาอยู่กับเพื่อนร่วมงานนักข่าวสาว ลูอิส เลน (Lois Lane – Rachel Brosnahan) ซึ่งเธอรู้ความลับที่ว่าคลาร์กคือซูเปอร์แมนแล้ว
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อซูเปอร์แมนเข้าแทรกแซงความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยการหยุดยั้งไม่ให้ประเทศ บอราเวีย (Boravia) รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน จาร์ฮันปูร์ (Jarhanpur) การกระทำที่ “ดีเกินไป” และไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของเขา ทำให้เขาต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ
เล็กซ์ ลูเธอร์และการโจมตี
เล็กซ์ ลูเธอร์ (Lex Luthor – Nicholas Hoult) ซีอีโออัจฉริยะแห่ง LuthorCorp ผู้เกลียดชังซูเปอร์แมนเพราะความเมตตาที่เขาแสดงออกมา และเห็นว่าซูเปอร์แมนเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ ลูเธอร์ได้บงการให้เหตุการณ์ระหว่างประเทศปะทุขึ้น และใช้โอกาสนี้โจมตีชื่อเสียงของซูเปอร์แมน รวมถึงปล่อยข้อความที่บิดเบือนจากคริปโตเนียนที่ทำลายความน่าเชื่อถือของเขา
ซูเปอร์แมนถูกโจมตีทางร่างกายและจิตใจอย่างหนัก:
- เขาพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกต่อเมตาฮิวแมนที่ถูกเรียกว่า “ค้อนแห่งบอราเวีย” (Hammer of Boravia) และต้องหนีไปที่ป้อมสันโดษ (Fortress of Solitude) พร้อมกับสุนัขคู่ใจ คริปโต (Krypto the Superdog)
- ลูเธอร์ร่วมมือกับวายร้ายคนอื่น ๆ ได้แก่ ดิ เอนจิเนียร์ (The Engineer – María Gabriela de Faría) และ อัลตร้าแมน (Ultraman) เพื่อแทรกซึมเข้าป้อมสันโดษและจับตัวคริปโต
- ลูเธอร์ปล่อย ไคจู (Kaiju) ออกมาโจมตีเมโทรโพลิสเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่ซูเปอร์แมนต้องร่วมมือกับทีมซูเปอร์ฮีโร่รับจ้างอย่าง จัสติส แก๊ง (Justice Gang) ซึ่งประกอบด้วย กรีน แลนเทิร์น (Green Lantern – Guy Gardner), ฮอว์กเกิร์ล (Hawkgirl) และ มิสเตอร์เทอร์ริฟฟิก (Mister Terrific) ในการต่อสู้เพื่อช่วยชีวิตพลเรือน
การเผชิญหน้าและจุดจบ (Spoilers)
- การถูกคุมขัง: ความเห็นของสาธารณชนเปลี่ยนไปต่อต้านซูเปอร์แมน ทำให้เขาตัดสินใจ ยอมจำนนต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ รัฐบาลส่งตัวเขาให้กับลูเธอร์ ซึ่งกักขังเขาไว้ใน จักรวาลกระเป๋า (Pocket Universe) คู่กับ เมทามอร์โฟ (Metamorpho) โดยลูเธอร์ใช้ลูกของเมทามอร์โฟเป็นตัวประกันและบังคับให้เมทามอร์โฟเปลี่ยนมือเป็น คริปโตไนต์ (Kryptonite) เพื่อทำให้ซูเปอร์แมนไร้พลัง
- การเปิดโปงความจริง: อีฟ เทสช์มาเคอร์ (Eve Teschmacher) แฟนสาวของลูเธอร์ (ที่แอบชอบ จิมมี่ โอลเซ่น ช่างภาพของ Daily Planet) ตัดสินใจช่วยคลาร์ก โดยให้หลักฐานกับจิมมี่และลูอิสเพื่อเปิดโปงแผนการของลูเธอร์
- การต่อสู้ครั้งสุดท้าย: ลูเธอร์เปิดพอร์ทัลไม่เสถียรไปยังจักรวาลกระเป๋า ทำให้เมืองเมโทรโพลิสถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ซูเปอร์แมนร่วมมือกับมิสเตอร์เทอร์ริฟฟิกต่อสู้กับดิ เอนจิเนียร์และอัลตร้าแมน ขณะที่ลูอิสและจิมมี่สามารถเปิดโปงแผนการของลูเธอร์ต่อสาธารณชน ทำให้ลูเธอร์ถูกจับกุมและชื่อเสียงของซูเปอร์แมนก็ได้รับการกู้คืน
- บทสรุป: ลูอิสสารภาพรักกับคลาร์ก ในขณะที่ซูเปอร์แมนกำลังฟื้นตัวที่ป้อมสันโดษ คาร่า ซอร์-เอล/ซูเปอร์เกิร์ล (Kara Zor-El / Supergirl) ญาติของเขาก็เดินทางมาถึงเพื่อรับคริปโตกลับไป ซึ่งเป็นการปูทางสำหรับตัวละครใหม่ใน DCU
บทวิจารณ์เชิงวิพากษ์ (Critique)
สิ่งที่ชอบ: ความหวังและอารมณ์ขัน
- Superman ที่เปี่ยมด้วยความหวัง: เดวิด คอเรนสเว็ต นำเสนอ Superman ที่มีเสน่ห์ มีความเมตตา และเป็น “ลูกเสือ” (Boy Scout) อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟน ๆ Superman ต้องการเห็น การแสดงที่สมดุลระหว่างความยิ่งใหญ่ของ Superman และความขี้อาย/อบอุ่นของคลาร์ก เคนท์ ทำได้ยอดเยี่ยม
- ลูอิส เลนที่ทันสมัย: ลูอิส เลนของราเชล บรอสนาฮาน เป็นนักข่าวที่ฉลาด กล้าหาญ และรู้ความลับของคลาร์กตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นแบบ ผู้ใหญ่และคู่หูที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่แค่คนรักที่ซูเปอร์แมนต้องคอยปกป้อง
- โทนเรื่องของเจมส์ กันน์: ภาพยนตร์มีความสนุกสนาน มีอารมณ์ขันที่เข้าถึงง่าย และองค์ประกอบแฟนตาซีแบบคอมมิกบุ๊กที่โดดเด่น ซึ่งทำให้หนังรู้สึกสดใหม่ในยุคของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่เคร่งเครียดเกินไป
สิ่งที่ต้องปรับปรุง: บทที่แน่นเกินไปและการใช้ตัวร้าย
- ตัวละครที่มากเกินไป: การใส่ตัวละครอื่น ๆ เช่น Justice Gang, Metamorpho และ The Engineer เข้ามาจำนวนมาก เพื่อปูพื้นฐาน DCU ทำให้พล็อตเรื่องรู้สึก แน่น (Overstuffed) และบทบาทของตัวละครเสริมบางตัวก็ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่
- Lex Luthor ที่เป็น “Man-Child”: การตีความ Lex Luthor ของนิโคลัส โฮลท์ ว่าเป็น มหาเศรษฐีแนวอีลอน มัสก์/เด็กเอาแต่ใจ ที่ขาดความสุขุม ถูกวิจารณ์ว่าทำให้ตัวละครดู เป็นตัวตลก (Farcical) มากกว่าภัยคุกคามทางสติปัญญาที่แท้จริง
- ประเด็นซ้ำซาก: แม้จะพยายามนำเสนอประเด็น “ความดีงามของมนุษย์” แต่พล็อตเรื่องก็ยังวนเวียนอยู่กับธีม “ซูเปอร์ฮีโร่ถูกเข้าใจผิดและชื่อเสียงด่างพร้อย” ซึ่งเป็นพล็อตที่ซ้ำซากในภาพยนตร์ Superman ยุคใหม่
ตัวอย่าง
สรุป: Superman (2025) คือการเริ่มต้น DCU ที่แข็งแกร่งและจำเป็นอย่างยิ่ง เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เน้นไปที่หัวใจและความเมตตา และเป็นชัยชนะของโทนเรื่องที่สดใส มีอารมณ์ขัน ที่แฟน ๆ DCU ต่างตั้งตารอ หากคุณมองหา Superman ที่เต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้นแบบฉบับคอมมิก นี่คือภาพยนตร์ที่คุณต้องดู

ใส่ความเห็น