ประเด็นที่สร้างความเห็นใจให้กับ เบบี๋ สุพรรณี คือการชี้แจงว่าเธอต้องทำอาชีพ OnlyFans เพื่อหาเงิน ดูแลแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ในช่วงที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ (ช่วงโควิด) คำกล่าวนี้ทำให้เกิดกระแส เห็นอกเห็นใจ จากสังคมที่มองข้ามอดีตของเธอไป แต่ในทางกลับกัน มุมมองทางกฎหมาย ได้เข้ามาทำให้ประเด็นนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้ออกมาให้ข้อมูลว่า แม้จะทำไปด้วยความจำเป็นส่วนตัว แต่หากเนื้อหาที่เผยแพร่ออกไปเข้าข่าย “สื่อลามกอนาจาร” หรือการ “ไลฟ์สดโป๊เปลือย” ก็อาจเข้าข่าย ความผิดอาญาแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถถูกดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องมีผู้เสียหายโดยตรง การตีความนี้ชี้ให้เห็นถึง ช่องว่างระหว่างศีลธรรม/ความเห็นใจ กับข้อบังคับทางกฎหมาย ที่ผู้สร้างคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มเซ็กซี่จำเป็นต้องตระหนักถึงอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ การที่เบบี๋ยืนยันว่ารูปภาพถูกนำไปแอบอ้างบน เว็บพนันออนไลน์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ทำให้เธอต้องเปลี่ยนบทบาทเป็น ผู้ฟ้องร้อง เพื่อปกป้องภาพลักษณ์และสิทธิ์ของตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นการต่อสู้ทางกฎหมายอีกมิติหนึ่งที่เธอต้องเผชิญ

