ป้ายกำกับ: Tags: Squid Game 2

  • Squid Game 2 กระแสลุกเป็นไฟ! ซีรีส์ที่ไม่มีวันเหงา ยิ่งฉายยิ่งดังไกลต่างประเทศ บอกต่อไม่หยุดตั้งแต่วันแรกที่ออกอากาศ

    ตั้งแต่ Squid Game 2 (2024) หรือ 오징어 게임 시즌2 เปิดตัวในปลายปีที่ผ่านมา ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็น “งานบันเทิงที่ไม่มีวันเงียบ” จริง ๆ เพราะไม่ว่าจะผ่านมากี่สัปดาห์ กระแสก็ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง ทั้งในไทย เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย จนกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่มีผู้ชมบอกต่อมากที่สุดของปี

    ความน่าสนใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จที่สานต่อมาจากซีซั่นแรก แต่ยังรวมถึงเสหลากหลายใหม่ ๆ

    • เนื้อเรื่องที่ลึกขึ้น

    • เกมที่โหดขึ้น

    • โปรดักชันสมจริงมากขึ้นแบบระดับภาพยนตร์

    • นักแสดงชั้นนำกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

    ทั้งหมดนี้ทำให้ Squid Game 2 เป็นซีรีส์ที่ “ไม่ว่าคุณอยู่ประเทศไหน ใครก็พูดถึง” และยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนหลายสื่อยกให้เป็นซีรีส์ที่ครองกระแสออนไลน์ต่อเนื่องข้ามปี


    เส้นทางความสำเร็จจากซีซั่นแรกสู่ภาคต่อที่ดังไกลระดับโลก

    Squid Game ซีซั่นแรกในปี 2021 คือจุดเริ่มต้นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด

    • ติดอันดับ 1 มากกว่า 94 ประเทศ

    • มียอดชมมากกว่า 1.6 พันล้านชั่วโมง

    • กลายเป็นปรากฏการณ์โลกในเวลาสั้นที่สุดของ Netflix

    • สร้างคาแรกเตอร์ที่เป็นไอคอนของวงการซีรีส์ เช่น หน้ากากสัญลักษณ์สามเหลี่ยม–วงกลม–สี่เหลี่ยม หุ่นเด็กยักษ์เกมมุกแดง มุกขาว และชุดผู้คุมสีชมพู

    ด้วยความสำเร็จที่ไม่มีใครล้มได้ง่าย ๆ ซีรีส์ภาคสองจึงถูกจับตามองอย่างสูงว่าจะแรงเทียบเท่าหรือดีกว่าเดิมหรือไม่ และเมื่อเปิดตัวจริง กระแสต่างประเทศก็พิสูจน์แล้วว่า “แรงกว่าเดิมหลายเท่า”

    TV톡] '오징어 게임 시즌2' 형보다 나은 아우 나왔다! 대박 이유 7가지


    บทพิสูจน์ความสำเร็จ: ซีซั่นสองที่อัปเกรดทุกด้าน จนกลายเป็นซีรีส์มาแรงที่สุดในเอเชีย

    โปรดักชันใหญ่ขึ้นแบบเท่าตัว

    ทีมงานทุ่มทุนมากกว่าเดิม

    • ฉากสร้างจริงขนาดใหญ่

    • เอฟเฟกต์ระดับภาพยนตร์

    • การกำกับภาพที่เน้นความซับซ้อน

    • เกมที่มีการออกแบบละเอียดและโหดแบบคาดไม่ถึง

    Netflix ยอมรับว่าซีรีส์ภาคนี้ใช้งบเทียบเท่าหนังใหญ่หลายเรื่องรวมกัน

    เนื้อเรื่องลึกขึ้น ดราม่าเข้มขึ้น

    ซีซั่นนี้ไม่ได้เน้นเกมเพียงอย่างเดียว แต่เน้นความซับซ้อนของ

    • ความสัมพันธ์

    • การทรยศ

    • ปมลับขององค์กร

    • แรงกดดันทางสังคม

    แฟนซีรีส์จำนวนมากชมว่า “ภาคนี้มีความเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมหลายระดับ”

    ตัวละครเด่นมีมิติและเติบโตขึ้น

    • กีฮุนกลับมาพร้อมความมืดด้านใน

    • Front Man เปิดเผยความลึกของตัวละครมากขึ้น

    • ตัวละครใหม่เพิ่มความหลากหลายและนำประเด็นใหม่ ๆ เข้ามา


    นักแสดงตัวท็อปกลับมา พร้อมทีมใหม่ที่ทำให้เรื่องเข้มขึ้น

    ทีมเดิมที่ทุกคนคิดถึง

    • อีจองแจ (Lee Jung-jae) รับบทกีฮุน ผู้ชนะที่ต้องเลือกทางอีกครั้ง

    • อีบยองฮอน (Lee Byung-hun) ในบท Front Man ที่มีบทบาทสำคัญต่อเส้นเรื่อง

    • วิฮาจุน (Wi Ha-joon) ในปมหายตัวที่กลับมาขยี้ความลับมากขึ้น

    นักแสดงใหม่เสริมความสดและพลังของเรื่อง

    ซีรีส์ยังได้นักแสดงหน้าใหม่หลากหลายเชื้อชาติในเอเชียมาร่วมสร้างสีสัน ทำให้ภาคนี้มีความเป็น “เกมระดับนานาชาติ” มากขึ้นกว่าภาคแรก


    กระแสโซเชียลมาแรงแบบไม่หยุดปาก ทั้งในไทยและต่างประเทศ

    ทุกแพลตฟอร์มเต็มไปด้วยเสียงพูดถึง Squid Game 2

    • TikTok: คลิปรีแอคเกมใหม่ติดเทรนด์หลายประเทศ

    • Twitter/X: แฮชแท็ก #SquidGame2 #오징어게임2 พุ่งขึ้นอันดับต้นของแอชแท็กฮิต

    • YouTube: การวิเคราะห์เนื้อเรื่องและ Easter Egg ปรากฏจำนวนมาก

    • Facebook: เพจบันเทิงจากหลายประเทศแชร์บทวิจารณ์ติดต่อกัน

    สิ่งที่เห็นชัดคือ “ยิ่งคนดู ยิ่งบอกต่อ” จึงไม่แปลกที่ซีรีส์นี้จะถูกยกให้เป็นซีรีส์ที่ไม่มีวันเหงา เพราะกระแสคึกคักตลอดสัปดาห์ ไม่ว่าจะผู้ชมช่วงอายุไหนก็ร่วมสนุกกับการถกประเด็นต่าง ๆ ในเรื่อง


    ความสำเร็จในระดับต่างประเทศที่ยืนยันว่า Squid Game 2 คือซีรีส์มาแรงที่สุดของปี

    เกาหลีใต้ – ประเทศต้นกำเนิด

    • กระแสถล่มโซเชียล

    • สื่อใหญ่รายงานแบบวันต่อวัน

    • คะแนนรีวิวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    ญี่ปุ่น – แฟนซีรีส์โยนคำชมไม่หยุด

    ผู้ชมยกให้เป็นซีรีส์ที่ตีความสัญลักษณ์ได้ดีที่สุดของปี

    ฟิลิปปินส์–อินโดนีเซีย–เวียดนาม–มาเลเซีย

    • ติดอันดับ 1 บน Netflix ทุกประเทศ

    • เกิดคำพูดบอกต่อว่าภาคนี้ “เดาทางไม่ได้เลย”

    ประเทศไทย

    • ติดท็อปชาร์ต Netflix ติดต่อกันทุกวัน

    • กลุ่มดูซีรีส์ตั้งกระทูกันไม่หยุด

    • มีรีวิวเชิงวิเคราะห์จำนวนมาก ทั้งเรื่องเกม ตัวละคร และสัญลักษณ์


    เหตุผลที่คนดูต่างประเทศรัก Squid Game 2 มากกว่าเดิม

    1. เกมที่แพงขึ้น ลุ้นขึ้น และน่ากลัวขึ้น

    ดีไซน์เกมซีซั่นนี้เน้นความละเอียดอ่อนและความกดดันเชิงจิตวิทยามากขึ้น

    2. องค์ประกอบศิลป์คุณภาพสูง

    มีการใช้สี ไฟ และมุมกล้องแบบงานภาพยนตร์ ทำให้ทุกฉากดูใหญ่และทรงพลัง

    3. การดำเนินเรื่องเข้มข้นแบบไม่เว้นตอน

    แต่ละตอนทิ้งปมชวนสงสัย ทำให้ผู้ชมสงสัยตลอดว่า
    “ตอนหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีก?”

    4. ตัวละครมีปมลึกขึ้นและน่าจดจำ

    แม้จะมีตัวละครใหม่มากขึ้น แต่ซีรีส์สามารถทำให้ทุกตัวมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

    5. ประเด็นสังคมร่วมสมัยที่คนทั้งโลกอิน

    เช่น

    • ความเหลื่อมล้ำ

    • ความไม่เท่าเทียม

    • ความโลภ

    • อำนาจ

    • การเอาตัวรอดในโลกที่กดดัน


    ผลกระทบเชิงอุตสาหกรรม: ซีรีส์ที่ผลักดันมาตรฐานใหม่ของเอเชีย

    Squid Game 2 ไม่ได้เป็นแค่ “ซีรีส์ฮิต” แต่เป็นงานที่ผลักวงการบันเทิงเกาหลีและเอเชียให้สูงขึ้นอีกระดับ

    • ดันให้ซีรีส์เอเชียเป็นที่สนใจในฝั่งยุโรปและอเมริกา

    • เปิดโอกาสให้ผู้กำกับเอเชียเข้าร่วมโปรเจกต์นานาชาติ

    • ทำให้นักแสดงหน้าใหม่แจ้งเกิดระดับโลก

    • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี เพราะฉากหลายฉากถูกยกย่องว่าสวยมาก

    เรียกได้ว่า Squid Game 2 ไม่ใช่แค่ซีรีส์ แต่เป็น “พลังซัพพอร์ตอุตสาหกรรมบันเทิงเอเชีย” ที่แท้จริง


    สรุป – ทำไม Squid Game 2 ถึงมาแรงแบบบอกต่อไม่หยุดปากทั่วเอเชีย?

    • โปรดักชันระดับท็อป

    • เกมใหม่ที่ยกระดับความลุ้น

    • เนื้อเรื่องลึกและซับซ้อน

    • ตัวละครมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

    • ประเด็นสังคมเข้มข้น

    • กระแสโซเชียลที่แรงต่อเนื่อง

    • ต่างประเทศชมว่าคือ “ซีรีส์ที่ดูง่าย ดูสนุก และมีคุณค่าทางศิลปะ”

    ทั้งหมดนี้ทำให้ Squid Game 2 กลายเป็น “ซีรีส์ที่ไม่มีวันเหงา” ไม่ว่าจะดูวันไหน ประเทศไหน ก็ยังถูกพูดถึงอยู่เสมอ และครองตำแหน่งซีรีส์ยังแรงไม่หยุดข้ามปีอย่างแท้จริง


    FAQ – คำถามที่หลายคนอยากรู้เกี่ยวกับ Squid Game 2

    1. Squid Game 2 ต้องดูภาคแรกไหม?
    ควรดู เพราะซีซั่นสองต่อเนื่องจากปมสำคัญของภาคแรก

    2. ภาคสองโหดขึ้นกว่าเดิมไหม?
    โหดขึ้นทั้งด้านเกมและความดราม่า ตัวละครถูกกดดันจนต้องตัดสินใจในสถานการณ์ยากขึ้น

    3. ซีซั่นนี้มีนักแสดงใหม่เยอะไหม?
    มีเพิ่มขึ้นมาก แต่ทุกตัวละครมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องและทำให้ซีรีส์มีมิติมากขึ้น

    4. เกมในภาคนี้ต่างจากภาคแรกอย่างไร?
    เกมใหม่เน้นจิตวิทยา ความลุ้น และการหักมุมที่เดาทางยากกว่าเดิม

    5. ซีรีส์ติดอันดับต่างประเทศจริงไหม?
    ใช่ หลายประเทศในเอเชียติดอันดับ 1 บน Netflix แบบต่อเนื่องหลายสัปดาห์

    6. จุดเด่นของ Squid Game 2 คืออะไร?
    งานสร้างระดับภาพยนตร์ เนื้อเรื่องเข้ม การตีความสัญลักษณ์ และพัฒนาการของตัวละคร


  • Squid Game 2 ปรากฏการณ์ระดับทวีป! ซีรีส์–หนังมาแรงแห่งปี 2024 ยอดชมพุ่งทั่วเอเชีย กระแสไทยยังแรงไม่หยุด

    ตั้งแต่ซีรีส์ Squid Game 2 (2024) หรือ 오징어 게임 시즌2 เปิดฉายอย่างเป็นทางการ กระแสความนิยมก็ยังคงร้อนแรงแบบไม่มีทีท่าว่าจะชะลอ ไม่ว่าจะเป็นการรีวิว การแชร์ต่อ หรือคลิปวิเคราะห์บน TikTok และ YouTube ล้วนสะท้อนว่าเรื่องนี้ยังคงเป็น “คอนเทนต์อันดับหนึ่ง” ของปีนี้โดยแท้จริง

    ยอดชมพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไทยที่ยังคงติดอันดับท็อปบน Netflix อย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่า Squid Game 2 ไม่เพียงเป็นซีรีส์ที่ถูกคาดหวังตั้งแต่ก่อนฉาย แต่ยังเป็นผลงานที่ทำได้ดีเกินคาด และได้รับการยอมรับจากผู้ชมทุกช่วงวัย


    จากซีซั่นแรกสู่ซีซั่นสอง… ปรากฏการณ์เดิมกลับมา พร้อมความเข้มข้นที่อัปเกรดขึ้นหลายระดับ

    ซีซั่นแรกในปี 2021 คือปรากฏการณ์ที่ยากจะลืม เพราะมันคือซีรีส์ที่สร้างความฮือฮาอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการซีรีส์เกาหลี

    • ติดอันดับ 1 ใน Netflix ทั่วโลก

    • สร้างเรตติ้งสถิติใหม่

    • ได้รับรางวัลสำคัญระดับนานาชาติ

    • กลายเป็นซีรีส์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุคนั้น

    เมื่อซีซั่นสองมาถึง ความกดดันย่อมสูงมาก แต่ทีมผู้สร้างก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง เพราะทุกองค์ประกอบถูกพัฒนาอย่างมีชั้นเชิงทั้งเนื้อเรื่อง เกม ฉาก และงานโปรดักชัน จนกลายเป็นผลงานที่ “ยิ่งใหญ่กว่าภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด”


    เบื้องหลังการสร้าง Squid Game 2: โปรดักชันระดับภาพยนตร์ที่แฟนทั่วเอเชียยกนิ้วให้

    ผู้กำกับ ฮวังดงฮยอก (Hwang Dong-hyuk) กลับมาคุมงานทุกขั้นตอนเพื่อให้เนื้อหาซีซั่นนี้ไปไกลกว่าที่ทุกคนคาดหวัง โดยมีแนวคิดหลักคือ “ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ในเกมจริง ๆ”

    จุดเด่นด้านโปรดักชัน ได้แก่

    • ฉากที่สร้างจริงขนาดมหึมา

    • เกมใหม่ที่ใช้ทักษะทั้งกายและจิตวิทยา

    • การถ่ายทำที่ละเอียดและมีพลัง

    • เอฟเฟกต์สมจริงจนคนดูแทบหายใจไม่ทั่วท้อง

    • การเล่าเรื่องแบบแบ่งชั้นความลับให้ต้องติดตามต่อเรื่อย ๆ

    ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันจนแฟน ๆ หลายประเทศยกให้เป็นซีรีส์ที่ “ภาพสวยและใหญ่ที่สุดของ Netflix Asia ในปี 2024”

    핑크가드 노을, 가면을 벗다 <오징어 게임> 시즌2, 절찬 스트리밍 중. #오징어게임2 #SquidGame2


    นักแสดงตัวท็อปกลับมาเข้มข้น พร้อมนักแสดงใหม่ที่ขยายโลกเกมให้กว้างขึ้น

    นักแสดงหลักที่กลับมาสร้างความตรึงใจ

    • อีจองแจ (Lee Jung-jae) กลับมารับบทกีฮุน ด้วยการแสดงที่ลึกซึ้งและจริงใจ

    • อีบยองฮอน (Lee Byung-hun) ในบท Front Man ผู้ถือกุญแจความลับของเกม

    • วิฮาจุน (Wi Ha-joon) กับพล็อตตำรวจที่กลายเป็นปริศนาใหญ่ของภาคนี้

    นักแสดงหน้าใหม่จากหลายสัญชาติ

    ภาคนี้เพิ่มตัวละครใหม่จากหลากหลายพื้นเพ ทำให้เกมมีความเป็นสากลและมีมิติที่มากกว่าเดิม

    • ตัวละครใหม่หลายคนได้รับคำชมด้านการแสดง

    • บทของแต่ละคนมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง

    • ทำให้เกมรู้สึก “ใหญ่ขึ้น” และ “ดุเดือดกว่าเดิม”


    เนื้อเรื่องซีซั่นสอง: เข้มข้น ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความกดดันจนหยุดดูไม่ได้

    Squid Game 2 ไม่ได้เป็นเพียงเกมที่โหดขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเล่าเรื่องที่ลึกไปถึงจิตใจมนุษย์

    • ทำไมคนเราถึงเลือกทรยศกัน?

    • ความโลภทำให้ใครบางคนกลายเป็นปีศาจ?

    • ระบบสังคมกดขี่จนผู้คนต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อเงิน?

    เนื้อหานำเสนอประเด็นสังคมร่วมสมัยในหลายประเทศ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่คนทั่วเอเชียต่างเข้าใจดี

    ผู้ชมต่างประเทศบอกว่า
    “Squid Game 2 ไม่ใช่แค่เกม แต่เป็นกระจกสะท้อนสังคมที่ชัดมาก”


    เกมใหม่สุดโหดที่ผู้ชมพูดถึงทั่วโซเชียล

    แม้ซีรีส์จะไม่ได้เปิดเผยรายชื่อเกมทั้งหมดก่อนฉาย แต่เมื่อแต่ละตอนปล่อยออกมา เกมใหม่ ๆ ก็กลายเป็นไวรัลทันที

    • เกมที่ต้องใช้ทักษะทางจิตวิทยา

    • เกมที่ดูง่ายแต่แฝงความน่ากลัว

    • เกมโดยใช้ทีมเวิร์ก

    • เกมที่สร้างสถานการณ์บีบอารมณ์จนคนดูอึดอัด

    ผู้ชมหลายคนยกให้เกมภาคนี้ “มีความคิดสร้างสรรค์และโหดแบบเข้าเส้น”


    ปรากฏการณ์บนโซเชียล: ทุกประเทศในเอเชียต่างร่วมถกประเด็นในเรื่องนี้

    กระแสในโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดขึ้นเพราะซีรีส์มีพลังดึงดูดเป็นพิเศษ

    • TikTok เต็มไปด้วยคลิปวิเคราะห์ตัวละครและช็อตเด็ด

    • Twitter ติดแฮชแท็กฮิตอย่าง #SquidGame2 และ #오징어게임2

    • เพจบันเทิงหลายประเทศแชร์รีวิวไม่หยุด

    • YouTube มีคอนเทนต์ Reaction และ Breakdown ตอนต่อตอน

    ปรากฏการณ์นี้ทำให้ Squid Game 2 ไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์ที่ “คนดู” แต่เป็นซีรีส์ที่ “ถูกนำมาพูดถึงทุกวัน” จึงไม่มีคำว่าเรื่องนี้เงียบแม้เพียงวันเดียว


    กระแสไทยแรงแบบไม่หยุด ยอดชมพุ่งทุกวัน และคอมเมนต์ในไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    ในประเทศไทย ผู้ชมทั้งกลุ่มซีรีส์เกาหลีและกลุ่มผู้ชมทั่วไปต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

    • ภาคนี้สนุกกว่าเดิม

    • เกมใหม่โหดจุใจ

    • คาแรกเตอร์มีเสน่ห์

    • ความลุ้นต่อเนื่องทำให้อดดูต่อไม่ไหว

    ยูสเซอร์ไทยบนโซเชียลต่างร่วมถก

    • ปมของ Front Man

    • ความสัมพันธ์ของตัวละคร

    • เกมใหม่ที่ชวนปวดหัวแต่สนุกมาก

    สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ กระแสไทยไม่มีตกแม้แต่วันเดียว


    ผลกระทบต่อวงการซีรีส์ในเอเชีย: มาตรฐานใหม่ที่ไม่มีใครมองข้าม

    Squid Game 2 สร้างมาตรฐานใหม่ในหลายด้าน

    • โปรดักชันใหญ่เทียบเท่าหนังโรง

    • การออกแบบเกมแบบละเอียดอ่อน

    • เนื้อเรื่องเชิงจิตวิทยาที่น่าสนใจ

    • การแสดงระดับรางวัล

    • ประเด็นสังคมที่มีน้ำหนัก

    หลายสื่อในญี่ปุ่น–เกาหลี–ไทย ต่างบอกว่าเป็นซีรีส์ที่ “ยกระดับงานฝั่งเอเชียให้เทียบระดับสากลได้ชัดที่สุดในปีนี้”


    สรุปภาพรวม: ทำไม Squid Game 2 ถึงครองกระแสทั้งในไทยและต่างประเทศแบบไม่มีตก

    • ซีรีส์มีเนื้อเรื่องเข้มข้น

    • เกมใหม่สร้างความลุ้นทุกตอน

    • โปรดักชันอลังการ

    • กระแสโซเชียลหนุนอย่างต่อเนื่อง

    • แฟนซีรีส์เอเชียพร้อมใจแชร์และพูดถึง

    • ความสำเร็จของภาคแรกช่วยผลักให้ภาคนี้ปังขึ้นหลายเท่า

    และนี่คือเหตุผลว่าทำไม Squid Game 2 ถึงยังคงเป็น ซีรีส์ที่ทุกคนอยากดู และเป็นผลงานที่ “ไม่มีใครล้มได้ง่าย ๆ ในปี 2024–2025”


    FAQ – คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ Squid Game 2

    1. ต้องดูภาคแรกก่อนหรือไม่?
    แนะนำให้ดู เพราะหลายปมของภาคสองเชื่อมโยงโดยตรงกับภาคแรก

    2. ภาคนี้โหดขึ้นจริงไหม?
    ใช่ ทั้งด้านเกม ความกดดัน และความลึกของเนื้อเรื่อง

    3. มีนักแสดงใหม่เท่าไร?
    จำนวนมากพอสมควร และเป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญ

    4. เกมในภาคนี้ต่างจากภาคแรกอย่างไร?
    ลึกขึ้น จิตวิทยามากขึ้น และออกแบบให้ “คาดเดาไม่ได้”

    5. ทำไมกระแสในไทยถึงแรงมาก?
    เพราะคนไทยอินกับแนวเกมเอาตัวรอด และภาคนี้มีประเด็นที่น่าจับตามองกว่าภาคแรก

    6. Squid Game 2 เหมาะกับคนที่ไม่ใช่แฟนซีรีส์เกาหลีไหม?
    เหมาะมาก เพราะการเล่าเรื่องสากลและประเด็นร่วมสมัยทำให้ดูง่ายทุกเพศทุกวัย