ปี 2025 ถือเป็นหนึ่งในปีที่วงการซีรีส์เกาหลีมีผลงานน่าจับตามองมากมาย และหนึ่งในนั้นคือ ‘Law and the City’ (ชื่อภาษาเกาหลี : 서초동) ผลงานดรามากฎหมายที่ฉีกกรอบเดิมๆ และกลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ด้วยพล็อตที่ผสมระหว่างชีวิตจริงในสำนักงานกฎหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และการเติบโตทางอาชีพของตัวละครหลัก
บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องหลังของซีรีส์ ประวัตินักแสดงหลัก จุดเด่นของเรื่อง ผลงานที่น่าประทับใจ กระแสตอบรับจากผู้ชม รวมถึงสรุปว่าทำไมถึง “คุ้มค่า” ที่ดู
ประวัติและเบื้องหลังของซีรีส์
แนวคิดและธีมหลัก
‘Law and the City’ ตั้งอยู่ที่ Seocho Judicial Town แห่งกรุงโซล ซึ่งเป็นเขตที่รวมสำนักงานกฎหมายหลายแห่งไว้ด้วยกัน โดยเรื่องราวเล่าถึงชีวิตของ 5 ทนายความ (associate lawyers) ที่มีบุคลิกและภูมิหลังแตกต่างกัน แต่ต้องเข้ามาทำงานร่วมในอาคารเดียวกัน
ธีมหลักของเรื่อง คือการเติบโตในอาชีพทนาย ความสมดุลระหว่างชีวิตงานและชีวิตส่วนตัว รวมถึงมิตรภาพและการแข่งขันภายในองค์กรกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่ซีรีส์แนวกฎหมายแบบฉากศาลเดือดเพียงอย่างเดียว แต่เน้น “ชีวิตจริงหลังโต๊ะทำงาน” มากกว่า
ทีมงานเบื้องหลัง
-
เขียนบทโดย Lee Seung‑hyun ผู้มีพื้นฐานเรื่องกฎหมายอย่างแข็งแรง
-
กำกับโดย Park Seung‑woo ผู้เคยฝากผลงานสร้างสรรค์ไว้มาก่อน
-
ผลิตโดย Chorokbaem Media และ CJ ENM Studios ร่วมกับช่อง tvN ที่ออกอากาศครั้งแรก
วันออกอากาศและแพลตฟอร์ม
ซีรีส์เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2025 ทางช่อง tvN พร้อมสตรีมมิ่งผ่าน Disney+ และแพลตฟอร์มอื่นในบางพื้นที่
จำนวนตอนอยู่ที่ 16 ตอน (อ้างอิงข้อมูลบางแหล่ง) 
ตัวละครหลักและนักแสดง
ตัวละครที่โดดเด่น
-
Lee Jong‑suk รับบท Ahn Ju‑hyeong (An Ju-hyeong) ทนายอาวุโสที่มีประสบการณ์ 9 ปีในบริษัทกฎหมายแห่งหนึ่ง บุคลิกเยือกเย็น รอบคอบ และมักถูกมองว่าไม่มีหัวใจทางอารมณ์มากเท่าไร
-
Moon Ga‑young รับบท Kang Hui‑ji (Kang Hee-ji) ทนายรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มงาน มีแรงบันดาลใจอยากช่วยเหลือผู้คน มีความเห็นอกเห็นใจแตกต่างจากบุคลิกของ Ju-hyeong
-
นอกจากนี้ยังมีทนายรุ่นกลางและรุ่นน้อยอีก 3 คนที่ร่วมทีมเป็นกลุ่ม “ห้าเพื่อนพ้อง” ที่ทำงานร่วมกันและแบ่งปันช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน
พัฒนาการของตัวละคร
-
Ju-hyeong: จากทนายที่มุ่งผลลัพธ์ทางกฎหมายเป็นหลัก ไม่สนว่าใจผู้คนจะเจ็บหรือไม่ จนได้พบกับเหตุการณ์และผู้ร่วมงานที่กระทบกับค่านิยมของเขา
-
Hui-ji: จากทนายรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยอุดมคติ ค่อยๆ ประสบกับความยากของโลกกฎหมาย และต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบที่ไม่ง่าย
จุดเด่นที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากซีรีส์กฎหมายทั่วไป
1. ความสมจริงของ “ชีวิตออฟฟิศทนาย”
แทนที่จะเป็นการไต่เต้าทนายชั้นสูงหรือศาลเหนือชีวิต เรื่องนี้โฟกัสที่ “ทนายความประจำวัน” ที่ต้องเผชิญทั้งคดีและการเมืองในออฟฟิศ
2. “มื้อกลางวัน” เป็นสัญลักษณ์การเชื่อมสัมพันธ์
แปลกและน่าสนใจคือ ซีรีส์ใช้เวลารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันของตัวละคร เป็นพื้นที่ที่พวกเขาได้พูดคุย แชร์ความกังวล และแสดงความเป็นเพื่อน ซึ่งช่วยทำให้ตัวละครดูเป็นมนุษย์มากขึ้น
3. เคมีของนักแสดงหลัก + การกลับมาของหน้าเก่า
Lee Jong-suk ถือเป็นนักแสดงซูเปอร์สตาร์ที่กลับมาหนจอทีวีอีกครั้งหลังพักใหญ่ ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจทันที
Moon Ga-young ที่เคยมีผลงานฮิตก่อนหน้า ก็สร้างความคาดหวังสูงเช่นกัน
4. แง่มุมหลากหลายทั้งงานและชีวิตส่วนตัว
ซีรีส์ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับคดี แต่ยังเปิดมุมมองเรื่องความสัมพันธ์ มิตรภาพ การเติบโต และความผิดหวังในอาชีพ — ทำให้คนดูทั่วไปสามารถเชื่อมโยงและอินตามได้
ผลงานและกระแสตอบรับ
ผลงานด้านเรตติ้งและรีวิว
-
ตอนแรกของซีรีส์ทำเรตติ้งได้ประมาณ 4.6 % ในเกาหลี และสูงขึ้นต่อเนื่อง
-
รีวิวด่วนจากสื่อชี้ว่าซีรีส์ “เริ่มได้ดี” ทั้งในแง่ของโครงเรื่องและการแสดง
กระแสบนโลกโซเชียลและสื่อแฟนคลับ
-
มีการพูดถึงคู่หลัก (Ju-hyeong vs Hui-ji) ว่าเป็นคู่ที่มีกิมมิกทั้งการทำงานและความสัมพันธ์ที่แบบคาดหวัง
-
กลุ่มแฟนคลับซีรีส์กฎหมายเกาหลีแนะนำให้ดูว่าเป็นหนึ่งใน “ซีรีส์ทนายแห่งปี”
ทำไมถึงถูกพูดถึงว่า “คุ้มค่า”
-
เข้าถึงได้ง่าย: แม้ไม่เคยดูซีรีส์ทนายมาก่อน ก็เข้าใจและอินได้
-
มีความลึก: ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มีเรื่องชีวิต-มิตรภาพ-ความเปลี่ยนแปลง
-
นักแสดงมืออาชีพ: การแสดงที่มีคุณภาพทำให้ตัวละครน่าเชื่อถือ
สรุปทำไมคุณไม่ควรพลาด
ถ้าคุณกำลังมองหา ซีรีส์เกาหลีแนวทนาย + ชีวิตออฟฟิศ + มิตรภาพ ที่ไม่ใช่สูตรเดิมๆ ‘Law and the City’ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นด้วยครบทั้งเรื่องราวที่สมจริง ทีมงานคุณภาพ และนักแสดงที่คุณชื่นชอบ
ไม่ว่าจะเป็นการติดตามการเติบโตของตัวละคร ความซับซ้อนของงานกฎหมาย หรือมุมพักใจของการเป็นมนุษย์ในองค์กร — ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในเรื่องเดียว ทำให้การดูมัน “คุ้ม” อย่างแท้จริง
FAQ
Q1: ซีรีส์ Law and the City มีทั้งหมดกี่ตอน?
A1: มีทั้งหมด 16 ตอน (ตามข้อมูลล่าสุด) ซึ่งเป็นสัดส่วนมาตรฐานของซีรีส์เกาหลีในแนวนี้
Q2: สามารถดู Law and the City ที่ไหนได้บ้าง?
A2: สำหรับผู้ชมในเกาหลี มีการออกอากาศทาง tvN และในต่างประเทศสามารถสตรีมผ่าน Disney+ หรือ Viki ในบางพื้นที่
Q3: ต้องมีความรู้เรื่องกฎหมายมาก่อนถึงจะดูเข้าใจไหม?
A3: ไม่จำเป็นเลย เรื่องราวถูกนำเสนอผ่านชีวิตประจำวันของทนายความ ทำให้ผู้ชมทั่วไปเข้าใจและอินได้
Q4: เน้นเรื่องความรักไหม หรือเป็นแนวทนายล้วนๆ?
A4: มีทั้งเนื้อหางานทนายและชีวิตส่วนตัว รวมถึงมิตรภาพ ความรักแบบใหม่ๆ แต่ไม่ใช่โรแมนติกเต็มรูปแบบเน้นหนัก จึงเหมาะทั้งผู้ที่ชอบงานและผู้ที่ต้องการด้านอารมณ์
Q5: จุดด้อยมีไหม?
A5: เช่นเดียวกับซีรีส์แนวองค์กร เรื่องอาจเดินช้าในช่วงต้น และบางฉากอาจรู้สึกว่า “เรียล” มากจนไม่หวือหวา เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชอบความสมจริงมากกว่าฉากดราม่าเกินจริง
Q6: เหมาะกับใคร?
A6: เหมาะกับผู้ชมที่ชอบซีรีส์เกาหลี ที่ไม่ใช่แค่รักโรแมนติกทั่วไป ชอบเรื่องราวการงาน ชีวิตคนเมือง และอยากดูนักแสดงฝีมือดีในบทบาทที่มีมิติ
